ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484
  ส่งข้อความ

ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย

โทร.086 186 3484

ไลน์ 0861863484

 
พระพุทธรูปลพบุรีทรงเครื่อง เขมรบายน เนื้อสัมฤทธิ์สนิมหยก หน้าตัก 20 นิัว พุทธศตวรรษที่18

พระพุทธรูปลพบุรีทรงเครื่อง เขมรบายน เนื้อสัมฤทธิ์สนิมหยก หน้าตัก 20 นิ้ว พุทธศตวรรษที่18 เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่โดดเด่นและสอดคล้องกับ ศิลปะลพบุรี (รับอิทธิพลเขมรแบบบายน) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18

ด้านหน้า

1.พุทธลักษณะและการทรงเครื่อง (Iconography)

ปางมารวิชัย: พระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงที่พระชานุ (เข่า) นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงพื้นปฐพี พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา (ตัก)

มงกุฎและเทรอม: ทรงมงกุฎยอดขดแบบกรวยคว่ำ มีขอบกระบังหน้าหรือเทรอมสลักลวดลายประณีต มีไรพระศกเส้นหนาขนานไปกับแนวขอบมงกุฎ

เครื่องประดับ (ถนิมพิมพาภรณ์)

สวม กรองศอ (สร้อยคอ) ขนาดใหญ่ สลักลวดลายกลีบบัวและห้อยอุบะรอบอก

สวม พาหุรัด (กำไลต้นแขน) และ ทองพระกร (กำไลข้อมือ) ที่เป็นลวดลายจักรสานหรือลายกนกแบบโบราณ

สวม กุณฑล (ต่างหู) ยางห้อยระย้าลงมาจรดบ่า

พระพักตร์และรอยยิ้มบายน: พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยมตามแบบศิลปะขอม พระขนง (คิ้ว) ต่อกันเป็นปีกกา พระเนตรทอดต่ำ และมี "รอยยิ้มแบบบายน" (Bayon Smile) ที่มุมพระโอษฐ์หนาแฝงความเมตตาเด่นชัด

2.ลักษณะเนื้อสัมฤทธิ์และคราบสนิม

สนิมหยก (Malachite Patina): ผิวพระปรากฏคราบสนิมสีเขียวอมฟ้าเข้มกระจายตัวทั่วทั้งองค์ สลับกับผิวโลหะเนื้อสัมฤทธิ์เดิมที่ออกกระแสเข้มข้น ซึ่งเป็นธรรมชาติตามอายุของโลหะโบราณที่ผ่านการฝังดินหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน

3.ข้อสังเกตเพิ่มเติมด้านขนาด

สำหรับพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะบายนแท้ ๆ ในยุคโบราณ หากมีขนาดหน้าตักกว้างถึง 20 นิ้ว จริงตามที่ระบุ ถือว่าเป็น "พระพุทธรูปขนาดใหญ่มหึมาและหายากยิ่ง" เนื่องจากในอดีตการหล่อพระพุทธรูปทรงเครื่องสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้ช่างหลวงและงบประมาณมหาศาล ส่วนใหญ่มักพบเป็นพระพุทธรูปศิลา (หินทราย) หรือหากเป็นสัมฤทธิ์มักมีขนาดพกพา (4-7 นิ้ว) เป็นหลัก

ด้านหลัง

ด้านหลังเผยให้เห็นรายละเอียด เครื่องทรง (ถนิมพิมพาภรณ์) ยุคบายนที่ครบถ้วนและประณีตมาก ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการพิจารณาพุทธศิลป์ มีรายละเอียดดังนี้

   1.รายละเอียดเครื่องทรงด้านหลัง

ปั้นเหน่งและสายรัดพระองค์ (เข็มขัด): ด้านหลังสลักลายปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) เป็นรูปดอกไม้สี่กลีบตรงกึ่งกลางอย่างชัดเจน รับกับสายรัดพระองค์ที่มีการแกะลวดลายกระหนกซี่ๆ รอบองค์

ชายแครงใต้เข็มขัด: ปรากฏลวดลายผ้าที่สลักเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำหรือลายอุบะห้อยชายครุยล้อมรอบสะโพก ซึ่งเป็นรูปทรงเฉพาะของเครื่องแต่งกายประติมากรรมขอมโบราณ

กรองศอด้านหลัง: มีความต่อเนื่องจากด้านหน้า โดยสลักตัวยึดแผ่นสร้อยรูปดอกไม้ตรงท้ายทอย แผ่รัศมีเป็นลายกลีบบัวและห้อยพู่รอบบ่าหลังอย่างสมมาตร

มงกุฎยอดกรวย: ซี่หวี่ด้านหลังที่สลักเป็นแนวตั้งลงมาทิ้งตัวรับกับช่วงลำคออย่างพอดี มีความคมและลึกของร่องลาย

   2.รูปทรงเชิงประติมากรรม

แผ่นหลังผึ่งผาย: รูปทรงแผ่นหลังกว้าง ล่ำสัน ลำแขนทิ้งตัวลงมาแยกออกจากลำตัวชัดเจน (แสดงถึงเทคนิคการแต่งหุ่นเทียนและการหล่อที่ซับซ้อน)

รอยพับขอบสบง: มีการยกขอบสบงหรือกางเกงด้านหลังสูงเหนือนิ้วมือขึ้นมาเล็กน้อย เป็นไปตามหลักสรีระของพระพุทธรูปทรงเครื่องในยุคพุทธศตวรรษที่ 17-18

   3.พื้นผิวและธรรมชาติโลหะ

คราบสนิมหยกสีเขียวอมฟ้า (Malachite) ขึ้นหนาแน่นและจับตัวเป็นปื้นธรรมชาติในจุดที่เป็นซอกมุมอับ เช่น ใต้ปีกมงกุฎ ซอกแขน และตามร่องลายสลัก ช่วยขับเน้นให้มิติลายสลักด้านหลังดูเด่นชัดยิ่งขึ้น

ด้านข้าง

   มุมข้างช่วยเปิดเผยรายละเอียดและสัดส่วนที่สำคัญของพระพุทธรูปเพิ่มเติมอย่างมาก โดยมีจุดสังเกตตามศิลปะลพบุรี-บายนที่เด่นชัดดังนี้

 1.ลวดลายด้านหลังและเครื่องทรง

มงกุฎยอดกรวย (เทรอม): เห็นโครงสร้างรูปหมวกกรวยคว่ำได้อย่างชัดเจน ด้านหลังสลักลายเส้นซี่หวี่ถี่ประณีต ล้อมด้วยขอบกระบังหน้าที่มีการยกขอบสูงขึ้น

กุณฑล (ต่างหู): เป็นแผ่นแบนยาวตกลงมาแนบกับใบหูและคลอเคลียเคลียไหล่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องทรงกษัตริย์ในศิลปะขอม

รัดประคดและชายไหว ชายแครง: ด้านหลังมีขอบขอบกางเกงหรือสบงและเข็มขัดสลักลวดลายชัดเจน ตัวผ้าซ้อนทับกันเป็นชั้นงดงาม

2.รูปทรงและสัดส่วน (Anatomy)

ความหนาขององค์พระ: พระวรกายมีความหนาและล่ำสันตามแบบศิลปะบายนแท้ ลำแขนใหญ่ล่ำ ลำตัวดูแข็งแกร่งผึ่งผาย

ท่านั่ง: ท่านั่งขัดสมาธิราบ แผ่นหลังตรงแต่มีความลาดเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ การทิ้งน้ำหนักของแขนขวาที่เหยียดตรงลงไปหาเข่าดูมีพลัง

3.ผิวและสนิมในมุมข้าง

ผิวด้านข้างเผยให้เห็นคราบ สนิมเขียว (สนิมหยก) ที่ฝังลึกเข้าไปในเนื้อสลับกับรอยเปิดของผิวสัมฤทธิ์ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณช่วงแขนและหน้าตักที่เห็นเนื้อสัมฤทธิ์กลับดำ-กลับน้ำตาลเข้มข้น บ่งบอกถึงกระแสโลหะที่ดี

มือขวา

   บริเวณพระหัตถ์ขวาและทองพระกร (กำไลข้อมือ) เผยรายละเอียดที่สำคัญอย่างมากต่อการพิจารณาธรรมชาติขององค์พระ มีจุดสังเกตดังนี้

    1.ลวดลายกำไลข้อมือ (ทองพระกร)

ความคมและมิติของลาย: ลายแกะสลักเป็นรูปดอกไม้สี่กลีบซ้อนชั้นล้อมด้วยลายกนก ตัวลายมีความหนาและลอยตัวเด่นชัดขึ้นมาจากพื้นผิว แฝงความประณีตตามแบบงานช่างโบราณ

คราบฝังในซอกลาย: ในซอกลึกของลวดลายมีคราบดินหุ่นและสนิมสีน้ำตาลแดงแฝงตัวอยู่ ซึ่งเป็นจุดอับที่ทำความสะอาดได้ยาก ช่วยเพิ่มมิติความลึกให้ลวดลายดูคมชัดยิ่งขึ้น

2.ลักษณะพระหัตถ์และนิ้วพระหัตถ์

รูปทรงแบบโบราณ: หลังพระหัตถ์ (หลังมือ) มีลักษณะอวบอิ่ม นิ้วพระหัตถ์เรียวยาวและโค้งมนไปตามธรรมชาติ ปลายนิ้วมน ไม่แข็งกระด้าง ทอดลงหาพื้นอย่างมีน้ำหนักสอดคล้องกับพุทธศิลป์ลพบุรี-เขมร

3.เนื้อโลหะและคราบสนิมธรรมชาติ

ผิวกระแสโลหะ: ผิวบริเวณหลังพระหัตถ์เผยให้เห็นเนื้อสัมฤทธิ์ที่เรียกว่า "สัมฤทธิ์กลับดำ" หรือน้ำตาลเข้ม มีกระแสโลหะที่แน่นและแห้งตัว ไม่มันวาวแบบโลหะใหม่

การกระจายตัวของสนิม: สนิมสีเขียวหยก (Malachite) ขึ้นเป็นปื้นธรรมชาติ โดยมีการไล่ระดับความหนาบาง ไม่ได้ขึ้นเสมอกันเท่ากันทั้งพื้นผิว บ่งบอกถึงการกัดกร่อนจากอ็อกไซด์ที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา